กระเจี๊ยบเขียว สรรพคุณทางยา ประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียว

กระเจี๊ยบเขียว สมุนไพรรักษาโรคกรดไหลย้อน

กระเจี๊ยบเขียว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Abelmoschus esculentus (Linn.) Moench. ชื่อ ในภาษาอังกฤษคือ okra หรือ Lady’s Finger เป็นพืชล้มลุกลำต้นตรง สูงราว ๑.๒ ถึง ๒.๔ เมตร ลำต้นและกิ่งก้านสีเขียว บางครั้งมีจุดประสีม่วง ผิวเปลือกลำต้น มีขนอ่อนปกคลุมเช่นเดียวกับใบและผล ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ มักเว้าเป็น ๓ แฉก ก้านใบยาว ดอกสีเหลืองอ่อน กลางดอกสีแดงเข้ม ดอกเดี่ยวออกตามง่ามใบ ผลยาวเรียว ปลายแหลม ผิวผลเป็นเหลี่ยมตามลำต้น จำนวนพูซึ่งมีราว ๕ ถึง ๘ พู ผลอ่อนสีเขียว เมล็ดอ่อนสีขาว ในผลมีน้ำเมือกข้นเหนียวอยู่มาก

กระเจี๊ยบเขียว เป็นพืชล้มลุกมีอายุประมาณ 1 ปี เจริญเติบโตได้ดีในเขตอากาศกึ่งร้อน คือมีอุณหภูมิระหว่าง 18-35 องศาโดยประมาณ เป็นพืชที่สามารถนำมาเป็น สมุนไพร ได้ เพราะมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยรักษาเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหาร

ในประเทศอินเดียเรียกกระเจี๊ยบเขียวว่า บินดี (Bhindi) ส่วนประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียนเรียกว่า บามี (Bamies) ส่วนของประเทศไทยนั้นแบ่งแยกเป็นภาค ภาคกลางเรียก กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบมอญ มะเขือทะวาย มะเขือมอญ ภาคเหนือเรียกมะเขือพม่า มะเขือขื่น มะเขือมอญ มะเขือละโว้ กระเจี๊ยบเขียวนั้นเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดมาจากแถบ แอฟริกาตะวันตก ประเทศซูดาน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
กระเจี๊ยบเขียวตามลำต้นมีขนหยาบและมีความสูงประมาณ 1-2 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว คล้ายฝ่ามือเรียงสลับกัน และมีขนหยาบ ดอกมีสีเหลือง ที่โคนกลีบด้านในมีสีม่วงออกแดง ออกตามซอกใบ ก้านชูเรณูรวมกันเป็นลักษณะคล้ายหลอด ฝักคล้ายนิ้วมือผู้หญิง ตามฝักมีขนอ่อนๆทั่วฝัก มีสันเป็นเหลี่ยมตามยาว 5 เหลี่ยม ฝักกระเจี๊ยบมีทรงยาวสีเขียว ฝักอ่อนมีรสชาติหวาน กรอบอร่อย ส่วนฝักแก่จะมีเนื้อเหนียว

แหล่งเพาะปลูก
ในประเทศไทยนั้นพื้นที่ที่มีการปลูกกระเจี๊ยบเขียวมาก ส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลาง มีหลายจังหวัด ได้แก่ นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร พิจิตร กาญจนบุรี ราชบุรี ระยอง และนครนายก

การใช้ประโยชน์
ชาวมอญนิยมใช้ทำแกงส้ม ในอินเดียนำไปทำอาหารได้หลายชนิด เช่น แกงกระเจี๊ยบเขียว ผัดใส่เครื่องเทศ เมือกในกระเจี๊ยบเขียวเป็นสารประเภทกัมและเพกติน เมล็ดแก่นำไปทำเมล็ดกาแฟเทียมโดยนำไปคั่ว บดแล้วนำมาชงแทนกาแฟ นิยมดื่มในชาวสหรัฐอเมริกาเชื้อสายแอฟริกาที่อยู่ทางตอนใต้ของสหรัฐ ทางตะวันออกกลางนำไปแต่งกลิ่นกาแฟ

สรรพคุณทางยา
กระเจี๊ยบเขียว เป็นพืชที่มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ เพราะในฝักกระเจี๊ยบนั้นมีสารเมือกพวกเพ็กติน (Pectin),เมือก (mucilage) ซึ่งเกิดจากสารประกอบ acetylated acidic polysaccharide และกรดกาแลคทูโรนิค (galactulonic acid) และกัม (Gum) ช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ไม่ให้ลุกลาม รักษาความดันให้เป็นปกติ เป็นยาบำรุงสมอง มีสรรพคุณเป็นยาระบาย

กระเจี๊ยบเขียว ยาดีช่วยรักษากรดไหลย้อน กระเจี๊ยบเขียว สมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร และลำไส้ได้เป็นอย่างดี คือ กระเจี๊ยบเขียว เพราะในฝักกระเจี๊ยบนั้นมีสารช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร ทั้งยังยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าโรคกระเพาะอาจจะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง แต่ก็สร้างความทรมานให้กับร่างกายเป็นอย่างมาก หากไม่รีบทำการรักษาอาจจะส่งผลให้กระเพาะอาหารเป็นแผลเรื้อรังได้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดูแลตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ แต่ถ้าหากเป็นโรคกระเพาะแล้ว การรับประทานสมุนไพรก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ที่สามารถช่วยบรรเทาอาการให้ทุเลาลงและยังปลอดภัยอีกด้วย แต่ที่ถือว่าคือความสุดยอดของกระเจี๊ยบเขียวคือ ในกระเจี๊ยบเขียว มันมีเมือกกับเส้นใยอาหาร ซึ่งไอ้พวกนี้นอกจากจะช่วยให้การทำงานของลำไส้ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นอาหารชั้นดีสำหรับแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ ช่วยให้ลำไส้ทำงานดียิ่งขึ้นไปอีก แถมเมือกจากกระเจี๊ยบเขียว ยังไปทำให้แบคทีเรียอีกชนิดที่ทำให้เกิดพวกแผลในกระเพาะอาหาร ไม่สามารถเกาะติดกับกระเพาะอาหารจนทำให้เกิดแผลได้

ใส่ความเห็น