H. Pylori เอชไพโลไร แบคทีเรีย ตัวร้ายทำลายกระเพาะอาหาร

รู้เท่าทัน H. Pylori  เอชไพโลไร แบคทีเรีย ตัวร้ายทำลายกระเพาะอาหาร

หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจระหว่างโรคกระเพาะอาหารและโรคกระเพาะอาหารจากเชื้อแบคทีเรีย เอช. ไพโลไร ในความเป็นจริงแล้วโรคกระเพาะอาหารไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเพียงอย่างเดียว โดยพบว่ามีสาเหตุที่สำคัญอื่น ๆ ในการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งถ้าพูดถึงคำจำกัดความของโรคกระเพาะอาหาร ทางการแพทย์จะเรียกว่าโรคแผลเปปติค (Peptic ulcer) แต่คนทั่วไปจะเรียกโรคแผลในกระเพาะอาหาร อาการของผู้ป่วยที่มาด้วยโรคแผลในกระเพาะอาหารไม่ได้มีเฉพาะอาการแสบร้อนเท่านั้น ผู้ป่วยบางรายอาจจะมาด้วยอาการจุก เสียด แน่น บริเวณลิ้นปี่ หรือบางรายอาจจะมาด้วยอาการท้องอืดเรื้อรัง เพราะฉะนั้นความเชื่อที่ว่าผู้ป่วยจะมาด้วยอาการปวดท้อง แสบร้อนแล้วจะเป็นโรคกระเพาะอาหารอาจจะไม่จริงเสมอไป ผู้ป่วยอาจจะมาด้วยอาหารท้องอืด แน่นเฟ้อ อาหารไม่ย่อย หรือบางรายไม่เคยมีอาการปวดท้องมาก่อนเลย แต่มาด้วยอาการตกเลือดจากแผลในกระเพาะอาหาร

นอกจากนี้สาเหตุสำคัญของการเกิดแผลในกระเพาะอาหารยังมีสาเหตุอื่น เช่น การใช้ยาที่ไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มยาแก้ปวด เรื่องของความเครียด การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงเรื่อง การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา การรับประทานอาหารรสเผ็ด น้ำอัดลม ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ทั้งสิ้น

การติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร หรือ เอช. ไพโลไร (H. pylori) จัดว่าเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญ โดยพบว่ามีการติดเชื้อนี้ในประชากรกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดในโลก โดยเฉพาะประเทศในเขตอเมริกาใต้ แอฟริกา และเอเชีย ในประเทศไทยมีการประมาณว่ามีการติดเชื้อนี้ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด หรือกว่า 20 ล้านคน

สาเหตุของโรคแผลในกระเพาะอาหาร ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารส่วนใหญ่จะมีอาการเกี่ยวกับกระเพาะอาหารส่วนบน มีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องผูก จุกเสียด แสบท้อง อาหารไม่ย่อย ซึ่งผู้ป่วยอาจจะยังไม่รู้ตัวว่าเป็นอะไร แต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์เพื่อการตรวจหาเชื้อ เอช. ไพโลไร ที่เป็นสาเหตุสำคัญอันดับหนึ่งของโรคแผลในกระเพาะอาหาร

สำหรับเชื้อ เอช. ไพโลไร มีรูปร่างเป็นเกลียวและมีหาง มีความทนกรดสูง เนื่องจากสามารถสร้างสารที่เป็นด่างออกมาเจือจางกรดที่อยู่รอบ ๆ ตัว มันจึงสามารถอาศัยอยู่ในชั้นผิวเคลือบภายในกระเพาะอาหารได้ และยังสร้างสารพิษไปทำลายเซลล์เยื่อบุผิวของกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบและเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหาร

เชื้อแบคทีเรีย เอช. ไพโลไร เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20 เท่า เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร 5-10 เท่า

เชื้อ เอช. ไพโลไร เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20 เท่า ซึ่งปัจจัยหลักนั้นนอกจากจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหารอย่าง เอช. ไพโลไร แล้ว ยังเกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง เช่น การรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา รับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดหรือเปรี้ยวจัด การรับประทานยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน และกลุ่มยาแก้ปวดข้อ เช่น ไดโคลฟิแนค ไอบูโปรเฟน และนาโพรเซน เป็นต้น

แม้การติดเชื้อ เอช. ไพโลไร จะพบได้บ่อยในประเทศไทย ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง โรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น และที่เป็นกังวลคือ อาจลุกลามถึงขั้นเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร แต่อย่างไรก็ตาม เชื้อโรคตัวนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อกำจัดเชื้อ เอช. ไพโลไร ทำให้โอกาสที่จะกลับมาเป็นแผลในกระเพาะอาหารซ้ำลดลงไปอย่างมาก ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องทุกข์ทรมาน สามารถลดค่าใช้จ่ายในการรักษาลงไปได้อย่างมาก เนื่องจากไม่ต้องรักษาอยู่เรื่อย ๆ และยังสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งในกระเพาะอาหารอีกด้วย

การติดเชื้อ เอช. ไพโลไร จำเป็นต้องทำการรักษาและกำจัดเชื้อนี้ เพื่อรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารให้หายขาด โดยมีแนวทางในการรักษาเพื่อกำจัดเชื้อ เอช. ไพโลไร โดยใช้สูตรยากำจัดเชื้อซึ่งการรักษาที่นิยมใช้กันมากและมีประสิทธิภาพสูง ได้แก่ การทานสารสกัดขมิ้นชัน (ช่วยลดอาการอักเสบ รักษาแผลในกระเพาะ ช่วยลดการหลังกรด) ร่วมกับการใช้ยามากกว่า 3 ชนิดในการกำจัดเชื้อ เพื่อให้ได้ผลหายขาดมากกว่าร้อยละ 90 และต้องใช้ยาฆ่าเชื้ออย่างน้อยสองชนิดเพื่อลดโอกาสดื้อยา โดยผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานยาให้ครบและต่อเนื่องตลอดการรักษาเป็นระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ ซึ่งพบว่าสามารถกำจัดเชื้อได้มากกว่า 90% และภายหลังจากการหยุดรักษาไปแล้ว 4 สัปดาห์ก็จะไม่พบเชื้อ เอช. ไพโลไร นี้อีก โดยหลังจากที่กำจัดเชื้อ เอช. ไพโลไร แล้ว โอกาสที่จะกลับมาเป็นแผลในกระเพาะอาหารซ้ำลดลงไปอย่างมาก

“การรักษาโรคกระเพาะอาหารเป็นคำถามที่น่าสนใจ เพราะผู้ป่วยหลายรายอาจจะมีอาการของโรคกระเพาะอาหาร ปวดท้องไม่หายขาด พอรักษาก็มีอาการดีขึ้น พอหยุดยาอาการก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่จริง ๆ แล้วการรักษาโรคกระเพาะอาหารหลายครั้งสามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยสาเหตุสำคัญเกิดจากเชื้อ เอช. ไพโลไร ดังนั้น ถ้าสามารถกำจัดเชื้อโรคแผลในกระเพาะอาหารก็สามารถจะหายขาดได้”

“โรคแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากการติดเชื้อ เอช. ไพโลไร สามารถรักษาและมีโอกาสหายขาดได้ เพียงหมั่นสังเกตพฤติกรรมว่ามีอาการของโรคแผลในกระเพาะอาหารหรือไม่ รวมถึงมีอาการที่น่าสงสัยว่าจะเป็นสัญญาณเตือนภัยถึงการติดเชื้อ เอช. ไพโลไร อาทิ อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระดำ ปวดท้องรุนแรง ปวดท้องจากกระเพาะอาหารเรื้อรังเป็นเวลานานเกิน 1 เดือน หรือเบื่ออาหารจนน้ำหนักลดลงมาก ควรรักษาอย่างถูกวิธี นอกจากนั้นการปรับพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร อาทิ รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย ให้ตรงเวลา หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ด รสจัด งดบุหรี่ งดการดื่มสุรา งดการใช้ยาแอสไพริน และยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ผ่อนคลายความเครียดและวิตกกังวลทั้งหลาย รวมถึงการพักผ่อนให้เพียงพอก็จะช่วยป้องกันโรคแผลในกระเพาะอาหารได้”

ใส่ความเห็น